วิกเตอร์ ฮอฟแลนด์ ยอมรับว่าเขากำลังรอคอยช่วงเวลาพักยาวหลังจบฤดูกาล เพราะยังมีงานสำคัญที่ต้องทำกับเกมกอล์ฟของตัวเอง
แม้ฮอฟแลนด์จะเกือบคว้าแชมป์ Tour Championship 2026 ได้สำเร็จ ก่อนจบการแข่งขันในตำแหน่งรองแชมป์ตามหลัง สก็อตตี เชฟฟ์เลอร์ แต่เจ้าตัวกลับรู้สึกว่าเกมของเขายังไม่เฉียบคมอย่างที่ควรจะเป็น
ฮอฟแลนด์ทำสกอร์ได้ดีตลอดสัปดาห์จากการพัตต์ที่ร้อนแรงอย่างมาก แต่เขาไม่ต้องการให้ผลงานบนกรีนมาบดบังความจริงที่ว่า เกมส่วนอื่นของเขายังมีปัญหาอยู่
“ถ้าผมมีเกมตามปกติ มีการตีลูกที่ดีเหมือนในช่วงหลายปีก่อน ผมคิดว่าผมน่าจะคว้าแชมป์รายการนี้ไปแล้ว”
นั่นคือประเด็นสำคัญที่รบกวนจิตใจของฮอฟแลนด์
เมื่อถูกถามว่าเขาออกจากสนามอีสต์เลกด้วยความรู้สึกมองโลกในแง่ดีเกี่ยวกับฟอร์มการเล่นหรือไม่ ฮอฟแลนด์ถึงกับชะงัก เพราะสำหรับเขา เรื่องนี้ไม่ได้เรียบง่ายขนาดนั้น
ตลอดรอบสุดท้ายวันอาทิตย์ เขาเห็นข้อผิดพลาดหลายครั้งที่ทำให้รู้สึกกังวล และสิ่งที่น่าหงุดหงิดที่สุดคือ ความผิดพลาดเหล่านั้นไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นปัญหาเดิมที่เขายังแก้ไขไม่ได้
ด้วยเหตุนี้ ฮอฟแลนด์จึงเตรียมเข้าสู่ช่วงปิดฤดูกาลที่เขาคาดว่าจะต้องปรับเปลี่ยนหลายอย่างอีกครั้ง
ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา เขาได้กลับมาร่วมงานกับโค้ชวงสวิง โจ มาโย ซึ่งเป็นโค้ชคนเดียวกับที่ช่วยเขาในปี 2023 ช่วงที่กำลังอยู่ในจุดสูงสุดของอาชีพ
ปีนั้น ฮอฟแลนด์คว้าแชมป์ BMW Championship และ Tour Championship ติดต่อกันสองสัปดาห์ พร้อมทะยานขึ้นไปเป็นมืออันดับ 3 ของโลก
ภารกิจของทั้งคู่ในครั้งนี้ คือการพยายามสร้างวงสวิงแบบเดิมที่เคยทำให้เขาประสบความสำเร็จกลับมาอีกครั้ง
“ผมรู้สึกว่าตัวเองหลุดออกจากดีเอ็นเอดั้งเดิมของตัวเองไปไกลมาก ผมอยากจะดึงมันกลับมาให้ใกล้กับตัวตนเดิมมากที่สุด”
“แต่ก็ต้องรอดูว่ามันจะยากแค่ไหน”
อย่างไรก็ตาม ช่วงปิดฤดูกาลของฮอฟแลนด์จะยังไม่เริ่มต้นทันที
เขามีแผนลงแข่งขันอีก 3 รายการใน DP World Tour ช่วงฤดูใบไม้ร่วงนี้ แม้จะยอมรับตรง ๆ ว่า
“พูดตามตรง ผมพร้อมสำหรับการพักบ้างแล้ว”
แต่เมื่อถึงเวลาพักจริง ๆ งานหนักจะเริ่มต้นขึ้น
________________________________________
การที่ฮอฟแลนด์มีโอกาสลุ้นแชมป์จนถึงวันสุดท้าย ต้องยกเครดิตให้กับการพัตต์อันยอดเยี่ยมของเขา
ตลอดทั้งสัปดาห์ เขาเป็นนักกอล์ฟที่ทำสถิติ Strokes Gained Putting ดีที่สุดในสนาม โดยได้เปรียบคู่แข่งรวมมากกว่า 6 สโตรก
นั่นคือสิ่งที่ช่วยให้เขาขึ้นไปถึงสกอร์ 15 อันเดอร์พาร์หลังจบ 3 รอบแรก และยังคงอยู่ในเส้นทางลุ้นแชมป์ในรอบสุดท้าย
หลังเสียโบกี้ที่หลุมแรก ฮอฟแลนด์ยังสามารถพัตต์เซฟพาร์ระยะกลางได้หลายครั้ง ทำให้ยังคงรักษาตำแหน่งบนสุดของลีดเดอร์บอร์ดในช่วงเก้าหลุมแรก
เขาสามารถครองส่วนแบ่งตำแหน่งผู้นำได้จนถึงหลุม 13 แต่ที่หลุมนั้น เขาตีทีช็อตพลาดแฟร์เวย์ และไม่สามารถนำลูกขึ้นกรีนได้สำเร็จ ก่อนจะเล่นจากบังเกอร์ได้ไม่ดีนัก เหลือพัตต์เซฟพาร์ระยะไกลที่พลาดไป จบด้วยโบกี้
เมื่อมาถึงหลุม 17 พาร์ 4 ฮอฟแลนด์ตามหลังผู้นำอยู่ 2 สโตรก และยังพอมีโอกาสลุ้น
แต่จากระยะเพียง 100 หลาในแฟร์เวย์ เขากลับตีเวดจ์เลยกรีนไปไกล ก่อนจะไม่สามารถเซฟพาร์ได้ ทำโบกี้ และหมดโอกาสลุ้นแชมป์ในที่สุด
“มันน่าหงุดหงิดมาก เมื่อผมเห็นความผิดพลาดแบบเดิมกลับมาอีกครั้งแล้วครั้งเล่า”
“สองสามวันแรก ผมรู้สึกว่าจริง ๆ แล้ววงสวิงยังไม่ดีเท่าไร แต่ลูกยังออกตรง”
“แต่พอถึงวันอาทิตย์ ผมยังรู้สึกว่าสวิงไม่ได้ดีขึ้นเลย แล้วลูกกลับออกข้างอย่างหนัก”
“เมื่อเป็นแบบนั้น มันทำให้ผมรู้สึกว่าวันนี้ผมแทบไม่มีอะไรที่ทำได้มากกว่านี้แล้ว”
โดยเฉพาะเมื่อคู่แข่งอย่าง สก็อตตี เชฟฟ์เลอร์ ทำสกอร์รอบสุดท้าย 6 อันเดอร์พาร์ 66 ซึ่งเป็นสกอร์ดีที่สุดของวัน เทียบเท่ากับ แซนเดอร์ ชอฟเฟเล่ แชมป์ Tour Championship ปี 2017
แม้จะพ่ายแพ้ แต่ฮอฟแลนด์เชื่อว่าเขาสามารถพัฒนาไปถึงระดับความสม่ำเสมอแบบเดียวกับเชฟฟ์เลอร์ได้เพียงแต่ตอนนี้ เขายังไปไม่ถึงจุดนั้น และนั่นคือเหตุผลที่เขาจะใช้ช่วงปิดฤดูกาลเพื่อค้นหามัน
ฮอฟแลนด์ ซึ่งนำอยู่ 1 สโตรกหลังจบ 54 หลุม แต่สุดท้ายแพ้เชฟฟ์เลอร์ไป 3 สโตรก กล่าวทิ้งท้ายว่า “เวลาที่เราพูดถึงศักยภาพสูงสุดของผม ผมรู้สึกว่าตัวเองยังไม่ได้เข้าใกล้มันเลยแม้แต่น้อย”



สนใจลงโฆษณา
โทร 088-296-1953
Tattaya@golfchannel.co.th