วินด์แฮม คลาร์ก คว้าแชมป์ BMW Championship จุดกระแสลุ้นรางวัลนักกอล์ฟแห่งปี ท้าชน สก็อตตี เชฟฟ์เลอร์

วินด์แฮม คลาร์ก คว้าแชมป์ BMW Championship จุดกระแสลุ้นรางวัลนักกอล์ฟแห่งปี ท้าชน สก็อตตี เชฟฟ์เลอร์
เซนต์หลุยส์, มิสซูรี – วินด์แฮม คลาร์ก เชื่อมาตลอดว่าตัวเองเป็นหนึ่งในนักกอล์ฟที่ดีที่สุดในโลก และตอนนี้การขยับขึ้นสู่อันดับ 5 ของโลกในตาราง Official World Golf Ranking ก็เป็นหลักฐานที่ช่วยยืนยันคำพูดนั้นได้เป็นอย่างดี

ส่วนคำถามว่าเขาคือ “นักกอล์ฟยอดเยี่ยมแห่งปีของพีจีเอ ทัวร์” หรือไม่ นั่นเป็นสิ่งที่เพื่อนนักกอล์ฟจะเป็นผู้ลงคะแนนตัดสิน แต่ชัยชนะล่าสุดของคลาร์กในรายการ BMW Championship ถือเป็นการเพิ่มน้ำหนักให้กับโอกาสของเขาอย่างชัดเจน

หลังจากปล่อยให้ความได้เปรียบนำถึง 5 สโตรกก่อนเข้าสู่รอบสุดท้ายถูก รอรี แม็คอิลรอย แชมป์เดอะ มาสเตอร์ส คนล่าสุด ไล่ตามจนทัน คลาร์กก็แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งทางจิตใจ ด้วยการทำเบอร์ดี้ใน 3 หลุมสุดท้าย ก่อนคว้าแชมป์ไปด้วยสกอร์เหนือคู่แข่ง 3 สโตรก
ชัยชนะในรายการ BMW Championship ซึ่งเป็นการแข่งขันรอบรองชนะเลิศของศึก FedEx Cup Playoffs ทำให้คลาร์กเก็บชัยชนะในฤดูกาลนี้เป็นรายการที่ 3 เทียบเท่ากับ คริส ก็อตเทอรัป และ แมตต์ ฟิตซ์แพทริก ที่ครองสถิติชนะมากที่สุดในพีจีเอ ทัวร์ ฤดูกาลนี้

อย่างไรก็ตาม ผลงานของคลาร์กยังโดดเด่นกว่าด้วยการคว้าแชมป์เมเจอร์รายการที่สองในชีวิตจากศึกยูเอส โอเพ่น เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ที่สนามชินเนค็อก ฮิลส์ อันโด่งดัง
คลาร์ก วัย 32 ปี กล่าวถึงโอกาสในการคว้ารางวัล Jack Nicklaus Award หรือรางวัลนักกอล์ฟยอดเยี่ยมแห่งปีของพีจีเอ ทัวร์ ว่า
“แน่นอนว่า สก็อตตี คือผู้เล่นที่ดีที่สุดในโลกตอนนี้ ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะมีโอกาสมากแค่ไหน”
“พูดตามตรง ผมไม่เคยคิดถึงเรื่องนักกอล์ฟแห่งปีเลย หลังจากผ่านฤดูกาลที่ย่ำแย่มากในปีที่แล้ว สิ่งที่ผมคิดมีแค่การกลับมาแข่งขันให้ได้อีกครั้ง และอยากผ่านเข้าไปเล่นที่อีสต์ เลก”
“จากนั้นผมก็เริ่มชนะ คว้าแชมป์เมเจอร์ และเป้าหมายต่อมาก็คือการติดทีมเพรสซิเดนท์ส คัพ ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก ผมยังไม่ทันได้คิดถึงรางวัลนี้เลย แต่ถ้ามันเกิดขึ้นจริงก็คงยอดเยี่ยมมาก”
________________________________________
จากปีที่เลวร้ายที่สุด สู่ปีที่ดีที่สุดในอาชีพ
คลาร์กผ่านฤดูกาล 2025 ที่ย่ำแย่อย่างหนัก ทั้งฟอร์มการเล่นที่ตกต่ำ อันดับโลกที่ร่วงลง รวมถึงกระแสวิจารณ์เกี่ยวกับพฤติกรรมบางอย่างของเขา
แต่ในปี 2026 เขาสามารถพลิกสถานการณ์กลับมาได้อย่างน่าทึ่ง
แม้ในรอบสุดท้ายที่สนาม Bellerive Country Club จะเล่นได้ไม่ง่ายนัก และทำสกอร์เพียงอีเวนพาร์ 70 แต่ก็เพียงพอให้เขาจบการแข่งขันที่ 17 อันเดอร์พาร์ 263 คว้าแชมป์พร้อมเงินรางวัล 3.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และการันตีหนึ่งใน 6 โควตาอัตโนมัติของทีมสหรัฐฯ สำหรับศึก Presidents Cup
ด้าน แพทริก แคนท์เลย์ ทำเบอร์ดี้ 3 หลุมสุดท้ายเช่นกัน จบรอบด้วย 68 สกอร์รวม 266 คว้าอันดับ 2
ส่วน รอรี แม็คอิลรอย ซึ่งออกสตาร์ตรอบสุดท้ายได้อย่างยอดเยี่ยม ทำ 69 สกอร์รวม 267 จบอันดับ 3
________________________________________
จุดเปลี่ยนสำคัญที่หลุม 16
ช่วงหนึ่งของการแข่งขัน แม็คอิลรอยดูเหมือนจะมีโมเมนตัมเหนือกว่า เมื่อพัตต์เบอร์ดี้ระยะ 9 ฟุตลงที่หลุม 11 ทำให้ขึ้นมาเสมอคลาร์กที่สกอร์รวม 14 อันเดอร์พาร์
แฟนกอล์ฟส่วนใหญ่ในสนามต่างส่งเสียงเชียร์แม็คอิลรอย ขณะที่คลาร์กต้องต่อสู้กับความกดดันและข้อผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ ของตัวเอง
คลาร์กยอมรับว่า
“มันเป็นวันที่เครียดมาก ผมไม่ได้มีสมาธิอย่างที่ควรจะเป็น เกมไม่ได้แย่ แต่ผมทำพลาดในจังหวะง่ายๆ และพัตต์ไม่ลงเลย”
“ผมบอกตัวเองว่า ถ้ามีคนบอกก่อนเริ่มสัปดาห์นี้ว่าผมจะนำอยู่หนึ่งหรือสองสโตรกตอนเหลืออีก 10 หลุม ผมก็รับได้แล้ว หรือแม้แต่เสมอกันตอนเหลืออีก 6 หลุม ผมก็ยังโอเค”
“ความคิดแบบนั้นช่วยให้ผมอยู่กับปัจจุบัน และมองว่านี่คือโอกาส ไม่ใช่ปัญหา”
จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นที่หลุมพาร์ 3 หลุม 16
แม็คอิลรอยตีเหล็กเข้าไปหาธงเหลือระยะพัตต์ประมาณ 15 ฟุต แต่คลาร์กตอบโต้ด้วยช็อตเหล็ก 5 ที่ไปหยุดห่างธงเพียง 16 ฟุต
คลาร์กพัตต์ก่อน และสามารถเปลี่ยนเป็นเบอร์ดี้ได้สำเร็จ ซึ่งเป็นเบอร์ดี้แรกของวัน ขณะที่แม็คอิลรอยพลาดโอกาสทำเบอร์ดี้ของตัวเอง
จากนั้นช่องว่างยิ่งขยายออกไปที่หลุมพาร์ 5 หลุม 17 เมื่อคลาร์กทำเบอร์ดี้อีกครั้ง ขณะที่แม็คอิลรอยพลาดจนเสียโบกี้
ก่อนที่คลาร์กจะปิดฉากอย่างสวยงามด้วยเบอร์ดี้ที่หลุม 18 และคว้าแชมป์ไปครอง
________________________________________
แม็คอิลรอยพอใจแม้พลาดแชมป์
แม็คอิลรอยเผยว่า
“โดยรวมแล้วเกมของผมถือว่าดี ผมกำลังปรับวงสวิงอยู่หลังจากผลงานไม่ดีในสัปดาห์ก่อน ดังนั้นการได้เล่นในกลุ่มสุดท้ายและยังรักษาฟอร์มไว้ได้ถือว่าเป็นเรื่องดี”
“ผมตีได้ดีมากใน 9 หลุมหลัง สร้างโอกาสได้หลายครั้ง แต่ช่วงท้ายๆ พัตต์ไม่ยอมลงเลย”
________________________________________
ชนะเหนือมือ 1 และมือ 2 ของโลก
สิ่งที่น่าประทับใจคือ ในการคว้าแชมป์ยูเอส โอเพ่น คลาร์กต้องดวลกับ สก็อตตี เชฟฟ์เลอร์ มือ 1 โลก
และใน BMW Championship ครั้งนี้ เขาต้องต่อสู้กับ รอรี แม็คอิลรอย มือ 2 โลก
แต่สุดท้ายเขาก็สามารถเอาชนะทั้งสองคนได้สำเร็จ
คลาร์กกล่าวว่า
“การคว้าแชมป์เป็นเรื่องยากอยู่แล้ว ยิ่งเวลาคุณนำอยู่ 5 สโตรก มันยิ่งยาก เพราะคุณรู้สึกเหมือนมีแต่จะเสียมันไปได้”
“ผมภูมิใจที่ไม่ปล่อยให้การแข่งขันหลุดมือ แม้มันจะดูเหมือนกำลังเกิดขึ้นก็ตาม ผมยังคงมีสมาธิ และจบการแข่งขันได้อย่างแข็งแกร่ง”
________________________________________
ปีที่ดีที่สุดในชีวิต
แม้คลาร์กจะยังไม่ได้รับความนิยมจากแฟนกอล์ฟมากเท่ากับนักกอล์ฟคนอื่นๆ แต่เขาก็พอใจกับพัฒนาการของตัวเองอย่างมาก
เจ้าตัวกล่าวติดตลกว่า
“ถ้าผมยังไม่ได้รับเสียงเชียร์ใน Presidents Cup ทั้งที่เล่นให้ทีมสหรัฐฯ ผมคงต้องย้ายไปอยู่เม็กซิโกแล้วล่ะ”
ก่อนจะสรุปถึงฤดูกาลอันยอดเยี่ยมของตัวเองว่า
“ผมรู้ว่าหลายคนอาจจะชอบเชียร์คนอื่นมากกว่า แต่ผมรู้สึกว่าตัวเองค้นพบตัวตนที่แท้จริงแล้ว”
“การคว้าแชมป์ 3 รายการในฤดูกาลเดียวคือผลงานที่ดีที่สุดในอาชีพของผม และมันเกิดขึ้นหลังจากปีที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตการเล่นกอล์ฟ”
“ผมพอใจมากกับจุดที่ตัวเองยืนอยู่ในตอนนี้”

Picture of Golf Plus
Golf Plus
   ► LIVE 15.09.22 13.00-16.00
   ► LIVE 16.09.22 13.00-16.00
   ► LIVE 17.09.22 12.00-15.00
   ► LIVE 18.09.22 11.00-14.00

GCT HD+

   ► TAPE DELAY 17.09.22 08.30-10.30
   ► TAPE DELAY 18.09.22
08.30-10.30
   ► TAPE DELAY 19.09.22
08.30-10.30
 

GCT HD+

  ► LIVE 16.09.22 02.00-05.00
  ► LIVE 17.09.22 02.00-05.00
   ► LIVE 18.09.22
02.00-05.00
   ► LIVE 19.09.22 02.00-05.00

GCT HD

   ► LIVE 16.09.22 05.00-08.00
   ► LIVE 17.09.22 05.00-08.00
   ► LIVE 18.09.22 05.00-08.00
   ► LIVE 19.09.22 05.00-08.00
Verified by MonsterInsights